วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ข้อดีและข้อเสีย ของน้องไซบีเรียน (ฉบับการ์ตูน)



การเลี้ยง ไซบีเรียน ฮัสกี้ อย่างมืออาชีพ!



          สำหรับผู้ที่จะเริ่มเลี้ยงไซบีเรียนฮัสกี้ นี่คือคำแนะนำจากฟาร์มมืออาชีพ

          การนำสุนัขใหม่เข้ามาในบ้านควรเป็นวันที่คุณมีเวลาว่างทั้งวัน และเป็นช่วงเวลาเช้า เพราะสุนัขจะได้มีเวลาทำความคุ้นเคยกับสถานที่และกับคุณด้วย โดยสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อที่จะเลี้ยงและดูแลเค้าให้ดีคือ...

            1. การจัดหาที่หลับนอน สถานที่หลับนอนของไซบีเรียน ฮัสกี้ ควรจะกั้นคอกให้เป็นสัดส่วน มีขนาดใหญ่ แข็งแรง (ไซบีเรียน ฮัสกี้ อาจจะกัดหรือปีนหนีออกไปได้) อากาศถ่ายเทสะดวก และมีมุ้งลวดเพื่อป้องกันยุง และถ้าคุณไม่คิดที่จะให้สุนัขของคุณนอนในบ้าน ก็ไม่ควรจะให้สุนัขนอนในบ้านตั้งแต่คืนแรก เพราะจะทำให้แก้ไขนิสัยได้ยาก

           2. สถานที่ขับถ่าย คุณควรกำหนดบริเวณขับถ่ายของสุนัขของคุณให้เรียบร้อยตั้งแต่แรก โดยต้องฝึกการขับถ่ายให้เป็นที่ เพื่อความสะดวกของคุณในการทำความสะอาด และเพื่อสุขลักษณะที่ดีของสุนัข

           3. การออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญมากของ ไซบีเรียน ฮัสกี้ เพื่อให้เจ้าตัวน้อยมีความสุขที่ได้อยู่กับคุณ รวมถึงเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของสุนัขเองด้วย และด้วยอุปนิสัยที่มีความกระตือรือร้น และชอบสิ่งใหม่ ๆ การได้ออกไปออกกำลังกายนอกบ้านจึงเป็นสิ่งที่ทำให้ไซบีเรียน ฮัสกี้ มีความสุขมาก ๆ และนอกจากนี้การพาไปออกกำลังกายยังมีส่วนช่วยในการแก้ไขปัญหากินยากของเจ้า ไซบีเรียน ฮัสกี้ ได้อีกทางหนึ่ง
 
           4. การอาบน้ำ การอาบน้ำเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำบ่อย ๆ เหมือนสุนัขพันธุ์อื่น แต่ควรจะอาบน้ำให้สุนัขของคุณเมื่อเริ่มสกปรก และมีกลิ่น ควรอาบน้ำให้สุนัขตอนเช้า ที่แดดยังไม่แรงมาก ขนจะแห้งง่ายขึ้น เวลาอาบแนะนำให้ผูกสายจูงไว้ตลอดเวลา อย่าราดน้ำบนหัวสุนัขโดยตรง ควรเลือกใช้แชมพูสำหรับสุนัขที่มีความอ่อนโยนมาก ๆ และสิ่งที่สำคัญที่สุดของไซบีเรียน ฮัสกี้ก็คือ เมื่อคุณอาบน้ำให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องเป่าขนให้แห้งสนิท เพราะ ขนด้านในของไซบีเรียน ฮัสกี้ ถ้าไม่แห้งอาจทำให้เป็นโรคผิวหนังได้

           5. การตัดเล็บ ต้องอาศัยความชำนาญ ถ้าคุณไม่เคยตักเล็บให้สุนัขมาก่อน อาจจะให้ช่างตัดให้ดูก่อน แล้วค่อยลองตัดเอง โดยควรใช้ที่ตัดเล็บสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ ควรตัดให้ห่างจากเนื้อสีชมพู ใต้เล็บประมาณ 2 มิลลิเมตร สำหรับเจ้าไซบีเรียน ฮัสกี้ ด้วยลักษณะสายพันธุ์เป็นสุนัขที่มีความกระตือรือร้นมาก ชอบที่จะออกกำลังกาย จึงทำให้เล็บของมันฝนกับพื้นและทำให้สั้นลงอยู่แล้วโดยธรรมชาติ จึงทำให้ไม่ต้องห่วงในส่วนนี้มาก แต่อย่างไรก็ตามคุณก็ควรที่จะดูแล เอาใจใส่เรื่องนี้ด้วย เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการทำกิจกรรมของสุนัขของคุณ

           6. การทำความสะอาดหู เป็นสิ่งนึงที่ช่วยในการป้องกันปัญหาช่องหูอักเสบ หรือกรณีเกิดช่องหูอักเสบขึ้นมาแล้ว การล้างทำความสะอาดช่องหู ก็จะช่วยให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น เมื่อต้องล้างหูสัตว์เลี้ยงให้ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหูโดยตรง  ค่อย ๆ เช็ดทำความสะอาดช่องหูเบา ๆ บีบยาล้างทำความสะอาดหูลงไปในรูหู บีบนวดเบา ๆ รอบกกหูเพื่อให้น้ำยากระจายตัวแล้วเช็ดให้แห้ง หรือจะใช้ cotton bud (ไม้สำลีแคะหู) ชุบน้ำยาแล้วค่อย ๆ เช็ดในรูหูก็ได้

           7. การให้อาหาร การวางแผนอาหารที่เหมาะสมนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทำให้มั่นใจได้ว่าสุนัขได้รับอาหารตรงตามความต้องการทางด้านคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเติบโตและพัฒนาการของสุนัข การปฏิบัติตามโปรแกรมการให้อาหารที่ออกแบบไว้อย่างเหมาะสมโดยเคร่งครัดนั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้เกิดการเริ่มต้นที่ดีในการวางแผนโภชนาการ

          สำหรับสุนัข อาหารสำหรับไซบีเรียนท่านจะต้องให้อาหารเสริมสร้างร่างกายทุกชนิดที่สุนัขต้องการเพื่อนำไปใช้ในการเจริญเติบโตและพัฒนา ซึ่งได้แก่ โปรตีนซึ่งช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง แคลเซียมซึ่งช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง เหล็กซึ่งช่วยบำรุงเลือด และแคลอรี่ในปริมาณที่เพียงพอให้สุนัขมีพลังงานไปเผาผลาญ เมื่อก่อนเราใช้อาหารเกรดซุปเปอร์พรีเมี่ยมให้สุนัขในฟาร์ม ซึ่งสุนัขของเราก็มีสุขภาพแข็งแรงดี มีขนสวยเป็นเงางาม แต่เมื่อได้ลองมาใช้อาหารสุนัขยี่ห้อ Dog 'n Joy (Dog 'n Joy | Facebook) ปรากฎว่าสุนัขในฟาร์มทุกตัวก็ยังมีสุขภาพแข็งแรงดีมาก ขนก็ยังสวยและสุขภาพก็ไม่ต่างจากเดิม การเปลี่ยนยี่ห้ออาหารครั้งนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้มาก เนื่องจากฟาร์มเรามีสุนัขกว่า 20 ตัว

          ข้อสุดท้ายด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่มีอยู่เต็มเปี่ยม ความกระฉับกระเฉง และความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ไซบีเรียน ฮัสกี้ จึงควรอยู่ในสายจูงเสมอเวลาที่คุณพาเขาออกไปนอกบ้าน และจะปล่อยให้เป็นอิสระได้เฉพาะเวลาที่อยู่ในบริเวณที่มีรั้วรอบขอบชิดเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ


การดูแลเรื่องขน



     สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ จะผลัดขนตลอดเวลา ตามพื้น ตามโต๊ะ โซฟา เสื้อผ้า ต่างๆ สุนัขพันธุ์นี้ไม่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคภูมิแพ้ขนสุนัข และควรฝึกให้เค้าคุ้นชินกับการแปรงขนตั้งแต่เด็กๆ ด้วย เขาจะได้มีความสุขสนุกสนานกับการได้แปรงขน การแปรงขนสามารถช่วยให้ขนสุนัขหลุดออกได้ไวด้วยค่ะ สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ ยังมีดีอีกอย่างคือ ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำบ่อยๆ เพราะเป็นสุนัขที่ไม่มีกลิ่นตัวค่ะ จริงๆ แล้วก็ดูแลง่ายๆ เสียอย่างเดียวเรื่องขนร่วงตลอดเวลานี่ล่ะค่ะ

นิสัยที่แตกต่างจากสุนัขพันธุ์อื่น



     ไซบีเรียนเป็นสุนัขที่ไม่ค่อยเห่า แต่เราจะได้ยินเสียงหอนของเขาบ่อยมากๆ ... จริงๆ แล้ว สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็นสุนัขพูดมาก แต่การสื่อสารของเค้า จะเน้นไปทางการหอนแบบสุนัขป่ามากกว่า โดยส่วนใหญ่แล้วไซบีเรียนจะสื่อสารผ่านการหอน โดยการหอนอาจจะบ่งบอกว่าเขากำลังต้องการอะไรบางอย่าง เช่น พาไปขับถ่ายหน่อย พาไปวิ่งเล่นหน่อย พาไปว่ายน้ำออกกำลังกายหน่อย เป็นต้น ซึ่งเสียงหอนนั้นจะดังกังวานชัดเจน และโทนเสียงจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ความรู้สึกในช่วงเวลานั้นๆ โดยเฉพาะ ถ้าเราพูดคุยกับสุนัขบ่อยๆ เค้าจะสามารถจดจำได้ จำในที่นี้คือ จำโทนเสียง ระดับเสียง เปล่งเสียงสั้น ยาว ทำให้การหอนมีลักษณะหลายๆ แบบมากยิ่งขึ้น บางคนอาจจะเคยเห็นในคลิปวีดีโอ ที่สุนัขไซบีเรียน ฮัสกี้ สามารถหอนออกเสียงคำว่า I Love You ได้ค่ะ


การดูแลเจ้าตัวแสบ



     การให้อาหารสุนัขไซบีเรียนนั้น จะให้ 2-3 ครั้ง/วัน ได้ แต่สุนัขพันธุ์นี้จะค่อนข้างกินอะไรยากอยู่เช่นกันหากไม่ถูกปาก มันจะยอมอดอาหารได้ 3-4 วัน ดังนั้นวิธีการที่จะกระตุ้นความอยากอาหารได้คือการพาสุนัขไปออกกำลังกาย ส่วนของอาหารนั้นผู้เลี้ยงสามารถสามารถนำอาหารสำเร็จรูปมาผสมกับอาหารอื่นได้เพื่อเพิ่มรสชาติและอรรถรสในการกินมากขึ้น อาหารที่สุนัขไซบีเรียนโปรดปรานที่สุด คืออาหารที่มีปลาผสมอยู่ในอาหาร สุนัขจะกินหมดได้อย่างรวดเร็ว

     ส่วนเรื่องของการทำความสะอาดนั้น ไม่ควรอาบน้ำบ่อยเกินไป อาบ2-3 สัปดาห์ต่อครั้งก็พอ เพราะไซบีเรียนนั้นเป็นสุนัขสะอาด ไม่มีกลิ่นตัว หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สกปรกก็ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำบ่อยๆ ก็ได้ ที่สำคัญเวลาอาบน้ำต้องใช้แชมพูอาบน้ำสุนัขโดยเฉพาะ ควรมีความอ่อนโยนมากๆ และหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วจะต้องใช้ไดร์เป่าขนให้แห้งสนิท อาจใช้ระยะเวลานาน แต่เพื่อไม่ทำให้น้องไซบีเรียนเป็นโรคผิวหนัง

     เรื่องของขนสุนัขไซบีเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญที่ผู้เลี้ยงควรใส่ใจ หากอยู่ในช่วงฤดูผลัดขนนั้น มันจะมีปริมาณขนที่ผลัดออกมาเยอะมากๆ ฉะนั้นผู้เลี้ยงควรจะต้องมั่นดูแล และแปรงขน เพื่อไม่ให้เกิดขนพันกัน ส่วนเรื่องของสุขภาพของสุนัขก็ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นและผู้เลี้ยงควรจะให้ความสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยสร้างสุขภาพที่ดีแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพจิตของสุนัขดีขึ้นด้วย ควรใช้เวลาการออกกำลังกาย 15 นาที/วัน ดีที่สุดและทำทุกๆวัน

     ผู้เลี้ยงจะต้องทราบว่าหากไม่ได้พาสุนัขไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไซบีเรียนจะกลายเป็นตัวยุ่ง ก่อความรำคาญในทันที เพราะมันจะเกิดความเบื่อหน่าย จึงต้องหาอะไรทำเพื่อลดออาการเบื่อหน่ายลงไป อีกทั้งการออกกำลังกายยังเป็นการช่วยกนะตุ้นให้ไซบีเรียนนั้นอยากอาหารไปในตัวอีกด้วย



10 เรื่องที่ควรรู้ ก่อนคิดจะเลี้ยง ไซบีเรียน ฮัสกี้


1. ไซบีเรียนฮัสกี้ เป็นหมาอินดี้!!

เสน่ห์อย่างหนึ่งของไซบีเรียนคือ เขาจะเป็นน้องหมาที่มีนิสัยเป็นตัวของตัวเอง สง่างาม เฉิดฉาย โดดเด่น ไม่แคร์สื่อ ไม่แคร์โลก ไม่แคร์ใครแม้กระทั่งเจ้าของ!!! (อ้าว หมาอกตัญญู) ไซบีเรียนจะยอมทำสิ่งต่างๆ ก็เมื่อเขาพอใจที่จะทำ เขาจะทำตามที่เจ้าของสั่งก็ต่อเมื่อเขาพอใจ ถ้าหากเขากำลังอยู่ในอารมณ์อินดี้ ปล่อยอารมณ์ชิลๆ อยู่กับโลกส่วนตัวของเขาล่ะก็ ต่อให้เจ้าของเรียกให้ตาย เขาก็ไม่สนใจหรอกค่ะ ... ก็อินดี้ซะอย่าง ใครจะทำไม?

2. ไซบีเรียนเป็นหมาอึด อดอาหารได้หลายวัน

อ๊ะๆ เห็นชลลี่บอกแบบนี้แล้วไม่ใช่ว่าจะให้น้องไซเขาอดอาหารนะคะ แต่สาเหตุชลลี่บอกว่าไซบีเรียนสามารถอดอาหารได้หลายวันนั้นเป็นเพราะว่าธรรมชาติสายพันธุ์ของเขาแต่ดังเดิมเป็นน้องหมาที่มีถิ่นฐานมาจากเขตหนาว และถูกเลี้ยงเอาไว้ใช้งานในการลากเลื่อน ดังนั้นในบางครั้งไซบีเรียนอาจจะต้องเผชิญกับสภาวะฉุกเฉินระหว่างการเดินทางในเขตหนาวที่มีหิมะตกหนักทำให้ไม่สามารถหาอาหารได้ จึงทำให้พวกเขาต้องปรับตัวให้มีความอดทนเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ คุณสมบัติดังกล่าวนี้สืบทอดมาจนถึงเหล่าน้องหมาไซบีเรียนที่เราเลี้ยงกันอยู่ในปัจจุบัน ... คุณเชื่อรึเปล่าคะว่า บางครั้งพวกเขาก็มักจะยอมอดอาหารเป็นวันๆ ถ้าหากเราให้เขากินอาหารที่เขาไม่ถูกใจ เมื่อใดที่เราเอาของโปรดมาให้เขากิน เมื่อนั้นล่ะค่ะ เขาถึงจะยอม

3. ไซบีเรียนเป็นมิตรกับคนในบ้าน แต่เป็นศัตรูตัวร้ายของคนรักบ้าน

สำหรับครอบครัวที่รักสุนัข ชลลี่ขอบอกว่าสบายใจได้เลยคะถ้าหากคิดจะเลี้ยงไซบีเรียน เพราะพวกเขาจะเป็นมิตรกับทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะลูกเล็กเด็กแดง ลูกเมียหลง ลูกเมียน้อย ลองได้ชื่อว่าเป็นคนในครอบครัวแล้ว เจ้าไซบีเรียนก็ยินดีที่จะผูกสมัครรักใคร่ด้วยค่ะ ... แต่ในขณะที่ไซบีเรียนเป็นมิตรกับคน แต่เขากลับเป็นนักทำลายบ้านตัวฉกาจ!! ไซบีเรียนจะเห็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์สุดรักของคุณเป็นของเล่นชิ้นโปรดที่นึกจะกัด แทะ ดึง ทึ้ง ให้เละเทะเท่าไหร่ก็ได้
4. ไซบีเรียนเป็นหมาไม่มีกลิ่นตัว

เหมาะมากๆ สำหรับคนรักความสะอาดและไม่ชอบกลิ่นเป็นสาปของน้องหมา เพราะโดยธรรมชาติแล้วไซบีเรียนจะไม่ค่อยมีกลิ่นตัว (ถ้าหากเขาไม่ไปนอนทับถังขยะเปียกมานะคะ) ถ้าหากคุณเช็ดตัวให้ไซบีเรียนทุกวัน ในระยะเวลา 1 เดือน คุณอาจจะอาบน้ำให้ไซบีเรียนเพียงแค่ครั้งเดียวก็ได้ค่ะ ... แต่ถ้าหากอาบแล้วล่ะก็ คุณจะต้องเช็ดตัวและเป่าขนของเขาให้แห้งในทันทีนะคะ ไม่อย่างนั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาโรคผิดหนังได้ค่ะ

5. ไซบีเรียนเป็นหมาที่ขนร่วง

บางคนไม่เคยเลี้ยงไซบีเรียนมาก่อน อาจจะตกใจเมื่อเห็นขนของไซบีเรียนหลุดติดมือมาเมื่อลูบตามตัวเขา บางคนจิตตกคิดว่าน้องหมากำลังป่วย แต่จริงๆ แล้วโดยธรรมชาติไซบีเรียนเป็นน้องหมาที่มีขนสองชั้น ดังนั้นจึงมีการผลัดขนอยู่เรื่อยๆ เป็นระยะ ซึ่งปริมาณขนที่ผลัดนั้นก็จะมากพอสมควร ดังนั้นไม่ต้องตกใจไปค่ะ ... ทางทีดีเวลาไซบีเรียนผลัดขน ถ้าหากเลี้ยงเขาในบ้าน คุณควรหาผ้ามาคลุมโซฟาหรือที่นอนเอาไว้ป้องกันขนของเขาไปติดก็จะช่วยให้ทำความสะอาดบ้านได้ง่ายขึ้นนะคะ และถ้าหากไม่อยากให้ขนของไซบีเรียนปลิวฟุ้งไปทั่วบ้าน คุณก็จะต้องขยันแปรงขนให้ไซบีเรียนเพื่อให้ขนที่ผลัดหลุดล่วงและทำความสะอาดได้ง่ายค่ะ



9. ไซบีเรียนเป็นหมาไม่เห่าแต่หอน

ถ้าใครหวังว่าจะเลี้ยงไซบีเรียนเอาไว้เห่าเฝ้าบ้านล่ะก็ ลืมไปได้เลยค่ะ เพราะไซบีเรียนเป็นหมาที่ไม่เห่า ไม่ใช่ไม่เห่าเพราะเขาเป็นใบ้ลิ้นไก่สั้นนะคะ แต่ที่เขาไม่เห่าก็เพราะว่าไซบีเรียนมักจะสื่อสารด้วยการหอนแบบหมาป่ามากกว่าค่ะ ... ใครที่เลี้ยงไซบีเรียนถ้าเวลากลางคืนเขาเกิดหอนขึ้นมา ก็อย่าเพิ่งคิดว่าเขาเห็นผีเดินผ่านนะคะ แต่ที่เขาหอนก็เพื่อต้องการสื่อสารเท่านั้นเองค่ะ น้ำเสียงในการหอนของไซบีเรียนในแต่ละครั้งจะแตกต่างกันไปตามความรู้สึกของเขาในขณะนั้น

10. ไซบีเรียนเป็นหมาที่นิสัยตรงข้ามกับหน้าตา

ไซบีเรียนเป็น้องหมาที่หน้าตาดุ มีดวงตาที่เฉี่ยวคมเหมือนหมาป่า ดูเผินๆ เหมือนจะมีความเป็นนนักล่าสูง ถ้าใครเข้าใกล้จะต้องกัดแน่ๆ ... แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไซบีเรียนเป็นหมาที่มีความเป็นมิตรแบบสุดๆ เขาเป็นหมาครอบครัวไม่ใช่หมาที่จะเลี้ยงไว้เพื่ออารักขาหรือระวังภัย ไซบีเรียน มักจะมีความสุขที่ได้นั่งและเฝ้ามองใครก็ตามที่เข้ามาและออกไปจากบ้าน ซึ่งจะเป็นเรื่องดีสำหรับบรรดาหัวขโมย เพราะไซบีเรีย จะเพียงแค่มองดูว่าพวกเขาเหล่านั้นเข้ามาในบ้าน แลบลิ้นเลียอย่างเป็นมิตร และส่งหัวขโมยออกจากบ้านพร้อมกับทรัพย์สินต่างๆ ของคุณ ข้อเท็จจริงนี้ได้รับการยืนยันจาก Siberian Husky Club of Great Britain ที่ได้ออกมายืนยันว่า ไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็นหมาที่ไม่มีสัญชาตญาณในการระวังภัย และจะต้อนรับเหล่าผู้บุกรุกด้วยไมตรีเช่นเดียวกับที่ให้แขกคนอื่นๆ ของครอบครัว
และนี่ก็คือ 10 ข้อเท็จจริงที่คุณควรรู้ก่อนที่คิดจะเลี้ยงน้องหมาไซบีเรียน ฮัสกี้นะคะ ... ชลลี่ ว่า จริงๆ แล้ว ไม่ว่าคุณคิดจะเลี้ยงน้องหมา หรือสัตว์เลี้ยงชนิดไหนก็ตาม คุณควรจะต้องศึกษาถึงธรรมชาติ อุปนิสัย และวิธีการเลี้ยงดูของสัตว์ตัวนั้นให้ละเอียดก่อน ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ มากมายที่จะตามมา และที่สำคัญที่สุดจะได้ไม่เป็นการทำร้ายชีวิตสัตว์ตัวเล็กๆ ด้วยยังไงล่ะคะ เพราะถ้าหากเราดูแลเขาได้ไม่ดี ก็เท่ากับว่าเขาต้องมีชีวิตที่ทรมานแบบนี้ต่อไปจนกว่าเขาจะตาย ... ดังนั้น ก่อนจะเลี้ยงสัตว์อะไรก็ตาม การศึกษาหาข้อมูลเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำมากที่สุดนะคะ ...


http://lifestyle.th.msn.com/pet/10-เรื่องที่ควรรู้-ก่อนคิดจะเลี้ยง-ไซบีเรียน-ฮัสกี้

อาหารเป็นพิษ! (ต่อสุนัข)


1. ชา กาแฟ มีคาเฟอีน และน้ำตาล >>>    อาจจะทำให้เกิดอาการคล้ายๆ กับการกินช็อคโกแล็ต

2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ >>>   ทำให้เกิดอาการได้รับสารพิษมากเกินไป เข้าขั้นโคม่าและตายได้

3. ยาสูบ (หมากิน??) >>>    ทำให้น้ำลายฟูมปาก คลื่นไส้ อาเจียน ภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

4.อาหารทารกสำเร็จรูป >>>    มักมีส่วนผสมของหัวหอมที่เป็นพิษกับสุนัข และถ้ากินมากๆ อาจอยู่ในภาวะขาดสารอาหารได้

5.น้ำมันสกัดจากผลไม้ชนิดส้ม >>>   ทำให้เกิดการอาเจียน

6.อาหารแมว >>>   มีโปรตีน และไขมันมากเกินไปสำหรับสุนัข

7.วิตามินที่มีธาตุเหล็ก (ของคน) >>>    ทำลายเนื้อเยื่อของระบบย่อยอาหาร
และเป็นพิษต่อตับ และไต

8.ตับ (ในปริมาณมาก) >>>  ทำให้เกิดวิตามินเอเป็นพิษ ส่งผลกับกล้ามเนื้อ และกระดูก

9.ไข่ดิบ >>>     มีสาร Avidin ที่ลดการซึมซับไบโอติน (วิตามินบีชนิดหนึ่ง)
และทำให้เกิดผลเสียต ่อขนและผิวหนัง

10.ปลาดิบ >>>   ทำให้เกิดการขาดวิตามินบี Thiamine และไม่อยากอาหาร ชัก
หรือในกรณีที่ซีเรียสมากอาจถึงตายได้

11.ของหวาน >>>   ทำให้อ้วนผิดปกติ มีปัญหาโรคในปาก เป็นเบาหวานได้

12.นม และผลิตภัณฑ์จากนม >>>  สุนัขส่วนใหญ่ไม่มีเอนไซม์ใช้ย่อยน้ำตาลแลคโตส
ในนมวัวมากพอ ซึ่งจะทำให้เกิดท้องเสีย ควรใช้นมสุนัขที่ไม่มีแลคโตส

13. เกลือ >>>   ถ้ากินมากเพราะจะมีผลต่อไต


  อ้างอิง
รูปภาพ 
จากอินเตอร์เน็ต

วิธีจัดการเจ้าตัวแสบ ไซบีเรียนฮัสกี้



ดื้อเป็นที่หนึ่ง สั่งหูซ้ายทะลุหูขวา




     เวลาน้องหมาดื้อ ไม่ฟังคำสั่ง ทำหูทวนลม เรามักจะโมโห ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงดื้อขนาดนี้ เป็นน้องหมาที่ไม่น่ารักเลย ซึ่งไซบีเรียน ก็เป็นหนึ่งในน้องหมาที่มีคนเลี้ยงพร่ำบ่นเรื่องความดื้อมากที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง แต่เพื่อนๆ รู้ไหมคะว่า ที่พวกเขาดื้อขนาดนี้ ก็เพราะพวกเขาคือ น้องหมาตัวจริง! เพราะธรรมชาติเดิมของน้องหมา พวกเขาจะรักอิสระ  ขับเคลื่อนชีวิด้วยสัญชาตญาณ ชอบไม่ชอบก็แสดงออกอย่างซื่อตรง ไม่ต้องประจบ หรือเอาใจใคร....คำสั่งมีไว้แค่ให้รู้ว่าเราต้องการสื่อสารว่าอะไร ต้องการอะไร ไซบีเรียนเป็นน้องหมาที่ฉลาดมากๆ รู้นะแต่จะทำหรือเปล่าเป็นเรื่องของ “ใจ” ไม่อยากทำ ไม่มีอารมณ์ทำก็ไม่ทำ ก็ไม่มีสิทธิ์บังคับ ... มีปัญหาไรเปล่า???  ดังนั้นใครที่หวังว่าจะเลี้ยงน้องหมาเชื่อฟังคำสั่งอย่างน้องหมาพันธุ์โกลเด้นท์ รีทรีฟเวอร์ หรือ พุดเดิ้ล ... ไม่ควรเลี้ยงไซบีเรียน ฮัสกี้เด็ดขาด 


     วิธีจัดการ 

    
 สิ่งที่ไซบีเรียนสุดแสบจำเป็นต้องมีเพื่ออยู่ร่วมกับคนก็คือกฏระเบียบภายในบ้านเช่นเดียวกับน้องหมาตัวอื่นๆ หรืออาจจะต้องมากกว่าน้องหมาตัวอื่นด้วยซ้ำค่ะ ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะยึดครองบ้าน ครองความเป็นนาย คราวนี้ล่ะค่ะ บอกอะไร สั่งอะไร เขาก็จะยิ่งทำตรงกันข้ามกับที่เราบอก แล้วก็ต้องสั่งทุกๆ ครั้งที่ต้องการให้เขาทำอะไรสักอย่าง เพราะน้องหมาไซบีเรียน จำได้ ณ ขณะที่สั่งจริงๆ ค่ะ ถ้าสถานการณ์เดิมแต่ไม่สั่งก็ไม่ทำ มึน จำไม่ได้นะจะบอกให้ 





     อย่างไรก็ตาม การฝึกไซบีเรียนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องมีเทคนิคในการสื่อสาร และ ฝึกพวกเขาสักเล็กน้อย นั่นก็คือ ให้ในสิ่งที่พวกเขาสนใจ หรือพวกเขาต้องการ  ถ้าพวกเขาไม่มีอารมณ์หรืออยากเลิกฝึก ก็ต้องปล่อยเขาไป ไม่ควรเซ้าซี้ หรือใช้กำลังค่ะ ไม่เช่นนั้นกระโดดรั้วหนีออกจากบ้านประชดชีวิตไม่รู้ด้วย ... แล้วต่อไปนี้ก็คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับให้ไซบีเรียนเชื่อฟังค่ะ  


     - ใช้ของกินหรือของเล่นสุดโปรดมาใช้เป็นตัวล่อในการฝึกค่ะ ไซบีเรียนเป็นน้องหมาที่ถูกหันเหความสนใจได้ง่ายแต่ขณะเดียวกันก็มีสมาธิสูง จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเฉพาะที่ตัวเองสนใจ ดังนั้นของกินสุดโปรดนี่ล่ะค่ะช่วยได้ จะให้นั่ง นอน คลาน ให้ถือของ หรือขนม แล้วเลื่อนตามตำแหน่งที่เราต้องการให้เขาทำนะคะ

     - สายจูงศักดิ์สิทธิ์ อย่าลืมใส่สายจูงทุกครั้งนะคะ เพื่อให้เขารู้ว่ากำลังอยู่ในช่วงการฝึก ไม่ใช่ช่วงเวลาของการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง โดยธรรมชาติของสายพันธุ์พวกเขาเป็นน้องหมาลากเลื่อน การอยู่ผูกติดกับสายจูง เป็นการบอกว่าพวกเขากำลังปฏิบัติงาน ถึงเวลาเชื่อฟัง และ ทำหน้าที่ของตนเอง แต่ก็ใช่ว่าเราจะกระชาก หรือกระตุกสายจูงได้แรงๆ เมื่อเขาไม่ทำตามนะคะ ความเจ็บปวด เสียงที่ตะคอกดังเป็นปฏิปักษ์ต่อการฝึกไซบีเรียนค่ะ นอกจากพวกเขาจะไม่กลัวแล้ว ยังจะวิ่งหนีเตลิดหนี กู่ไม่กลับล่ะค่ะทีนี้ 



     - เปลี่ยนที่ฝึกบ่อยๆ ระยะเวลาสั้นๆ  ไซบีเรียนเป็นน้องหมาที่รักอิสระ ทำอะไรตามอารมณ์ ขี้เบื่อ อยู่ไม่นิ่ง ถ้าจะให้นิ่งๆ ก็อยู่ได้ไม่นาน การเปลี่ยนสถานที่ฝึกจะช่วยให้พวกเขาตื่นตัวที่จะได้ทำกิจกรรมอะไรใหม่ๆ เช่น ในครัว ห้องรับแขก ห้องนอน สนามหญ้าหน้าบ้าน สวนสาธารณะ เป็นต้นค่ะ ซึ่งการเปลี่ยนที่ฝึกจะช่วยให้น้องหมาคุ้นชินกับการทำตามคำสั่งในทุกๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะในบ้านค่ะ

       ส่วนการฝึกเริ่มแรกควรไม่เกิน 10 นาทีนะคะ จากนั้นค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นทีละนิดค่ะ แล้วถ้าเมื่อไหร่น้องไซบีเรียนเริ่มอยู่ไม่นิ่ง หรือวิ่งไปโน่นนี่ ไม่อยู่กับที่ก็ควรหยุดฝึก การบีบบังคับ ขัดขืนจะทำให้พวกเขารู้สึกไม่ดี ต่อต้านการฝึก และไม่ยอมทำตามคำสั่งอีกเลยค่ะ  

- ต้องมีพลังงานที่นิ่ง สุขุม และอดทน  ตบท้ายด้วยสิ่งสำคัญที่สุดในการฝึกน้องหมาไซบีเรียนก็คือความอดทน ไม่แสดงอาการหงุดหงิด อารมณ์เสีย หรือขึ้นเสียงกับพวกเขา และเข้าใจธรรมชาติของพวกเขานะคะ ค่อยๆ เรียนรู้ไปว่า เวลาไหนควรผ่อน เวลาไหนควรจริงจัง ควรเครียด ความกดดันจะยิ่งทำให้พวกเขากลายเป็นน้องหมาก้าวร้าว ไม่ฟังอะไร ตามใจตัวเองแบบสุดโต่ง ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้ค่ะ  

กัดแทะข้าวของ ขุดดิน ไล่กัดสัตว์ทุกหย่อมหญ้า



     แต่ก่อนมีความเข้าใจว่า น้องหมาช่วงเริ่มโตจะมักคันเขี้ยวกัดข้าวของ แต่พอเข้าสู่ช่วงโตเต็มวัยก็จะเลิกกัดไปเอง....นั่นอาจจะเป็นความเชื่อสำหรับน้องหมาบางสายพันธุ์ แต่ไม่ใช่ไซบีเรียน ฮัสกี้ แน่นอน!!! เพราะไม่ว่าพวกเขาจะอายุล่วงเข้าสู่วัยชรา พวกเขาก็ยังเป็นนักทำลายล้างข้าวของตัวยง  สาเหตุหลักๆ ก็เป็นเพราะนิสัยของพวกเขาที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักล่า เห็นสัตว์ไม่ได้ต้องวิ่งไล่ ส่วนเรื่องกัดของไซบีเรียนส่วนหนึ่งก็เพราะพวกเขาเป็นน้องหมาที่อยากรู้อยากเห็น  ชอบทดลอง และเป็นวิธีการเหวี่ยง แสดงความไม่พอใจเวลาเราไม่อยู่บ้าน รู้สึกเหงาเป็นไม่ได้ แสดงออกให้เจ้าของรับทราบทันที แสบจริงๆ   


     วิธีจัดการ 

     - จัดการกัดทำลายข้าวของ ไซบีเรียนขึ้นชื่อมากๆ เรื่องงานกัด ดังนั้นเพื่อนๆ ที่เลี้ยงควรจะเก็บข้าวของให้เป็นที่ แต่ถ้าน้องไซบีเรียนยังกัดแทะตู้ วอลล์เปเปอร์แทนข้าวของเครื่องใช้ หรือรองเท้าอยู่อีกล่ะก็ แนะนำว่าควรแบ่งโซนพื้นที่เฉพาะให้น้องหมาอยู่ในเวลาที่เราไม่อยู่บ้านนะคะ หรือถ้าจะให้เขาอยู่ในบริเวณนั้นเวลาที่เราอยู่ในบ้านด้วยก็ได้ แต่ไม่รับประกันว่าเขาจะไม่พังประตู พังรั้ว หรือร้องโหยวายเพื่อออกไปหานะคะ นอกจากจะแบ่งโซนให้พวกเขาอยู่แล้ว ควรจะมีของเล่นให้น้องไซบีเรียนได้นอนแทะแก้เบื่อแก้เหงาเวลาเราไม่อยู่ เพื่อเป็นการระบายพลังงานของพวกเขาอีกวิธีหนึ่งค่ะ


     
- จัดการนักล่าจอมแสบ ในกรณีน้องไซบีเรียนชอบไล่จับสัตว์จนวิ่งชนข้าวของจนบ้านพังนั้น เป็นเรื่องของสัญชาตญาณพวกเขาล้วนๆ จัดการยากค่ะ เป้าหมายมีไว้พุ่งชนจริงๆ ทางที่ดีเก็บทำความสะอาดบ้าน จัดข้าวของเป็นระเบียบเรียบร้อย ป้องกันสัตว์อย่างเช่น พวกหนู หรือแมลงต่างๆ ส่วนถ้าเวลาน้องไซบีเรียนออกนอกบ้าน ออกกำลังกายก็จำเป็นต้องมีสายจูงพาเขาไปกับเราด้วย ปล่อยเขาให้เดินอิสระไม่ได้นะคะ เขาจะวิ่งจู๊ดดดทันที ซึ่งสายจูงนี่เองจะช่วยให้เรายับยั้งพฤติกรรมวิ่งไล่สัตว์ที่อยู่นอกบ้านได้ค่ะ แต่บางครั้งอาจจะสู้แรงน้องหมาไม่ไหว ... อันนี้ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของแต่ละคนแล้วล่ะค่ะ ... แล้วด้วยเหตุนี้การฝึกคำสั่งต่างๆ จึงจำเป็นสำหรับพวกเขาค่ะ 




     - ออกกำลังกายกันเถอะ อีกสิ่งสำคัญที่สุดคือ พาน้องหมาไปออกกำลังกาย หากิจกรรมให้เล่นเพื่อใช้พลังงานอันมหาศาลของพวกเขา การไม่ได้ออกกำลังกาย 1 วัน ก็เท่ากับการกักเก็บพลังทำลายล้างของพวกเขาไว้มากขึ้นนั่นเองคะ แล้วก็อย่าลืมพาน้องหมาออกไปทำความรู้จักเพื่อนๆ สัตว์อื่นๆ บ้างนะคะ เพื่อให้น้องไซบีเรียนได้เรียนรู้กฏกติกาของสังคมว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และมีวินัยขึ้นบ้างสักนิดค่ะ  




สุดยอดน้องหมานักหอน






     แม้น้องไซบีเรียนจะไม่ค่อยเห่า แต่เรื่องหอน ไม่เป็นที่ 2 รองใคร ขึ้นชื่อสุดๆ นอกจากหอนยังขึ้นบ่น ขี้โวยวายอีกต่างหาก รู้ไปเสียทุกเรื่อง ยิ่งเขาอยู่ติดกับคน เห็นเราเป็นส่วนหนึ่งของฝูง เมื่อเราไม่อยู่เขาก็จะเกิดความรู้สึกเหงา คิดถึงเราขึ้นมา ทีนี้ล่ะค่ะหอนนาน หอนยาวเลยทีเดียว ไม่รู้จะเห็นใจใครระหว่างน้องไซบีเรียนกับคนบ้านใกล้เรือนเคียง ปวดใจจริงๆ 



     วิธีจัดการ 


     โดยปกติถ้าน้องไซบีเรียนที่ได้รับการฝึกมาระดับหนึ่ง เมื่อเขาหอน แล้วเราบอกให้หยุด เขาก็จะหยุดค่ะ นอกจากนี้การพาไปออกกำลังกายประมาณ 30 นาทีต่อวันจะช่วยให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข มากขึ้น ได้เผาผลาญพลังงาน และมีความมั่นคงทางอารมณ์มากขึ้น อีกด้วยค่ะ

เผลอเมื่อไหร่ วิ่งหนีหาย ไล่ไม่ทัน


      
น้องหมาไซบีเรียนมีพลังงานสูงมากๆ แค่ปล่อยอยู่ในบ้านยังแทบจะจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน มีพลังสูง อยู่ไม่สุข รักอิสระ เผลอเป็นไม่ได้เป็นต้องวิ่งหนีออกจากบ้าน  เพื่อศึกษาเส้นทาง หาประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ก็มักจบด้วยการหลงทิศหลงทางอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งคนที่เลี้ยงไซบีเรียนคงจะต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของเขาสักหน่อยนะคะ ก็เขาเป็นน้องหมาลากเลื่อนมาก่อน วิ่งๆ ในป่าไซบีเรีย เพราะฉะนั้น เส้นทาง คือ ชีวิตที่เห็นไม่ได้ ต้องวิ่งไปสำรวจทุกถิ่นที่ เยี่ยมจริงๆ ขอคาราวะเลย


     วิธีจัดการ 


     ควรฝึกให้น้องไซบีเรียนรู้จักคำสั่งคอยนะคะ คอยก่อนจะใส่สายจูงเพื่อออกไปเดินเล่น คอยก่อนเปิดประตูบ้าน คอยก่อนเปิดประตูรั้ว ไม่ให้ให้น้องหมาเป็นฝ่ายลากสายจูง หรือตื่นเต้น ชวนเราออกไปเล่นนะคะ เราจะต้องเป็นคนที่มีอำนาจเหนือกว่าค่ะ (อ่านเพิ่มเติมการฝึกให้น้องหมารู้จักคอยได้ที่บทความ เคล็ด (ไม่) ลับ! การฝึกให้น้องหมารู้จักควบคุมตัวเอง  นะคะ)


     ไม่ว่าน้องหมาจะไปไหน ไม่ควรไว้ใจโดยการไม่ใส่สายจูงนะคะ เพราะน้องไซบีเรียนไฮเปอร์มากๆ สมาธิจะหลุดง่าย เจออะไรน่าสนใจก็อยากรู้อยากเห็นวิ่งไล่วิ่งตามไปเสียหมด การมีสายจูงจะช่วยควบคุมทิศทางการเดินของพวกเขาได้ และช่วยให้พวกเขาอยู่ในโอวาทได้ดีขึ้นมาอีกนิดค่ะ แล้วก็อย่าลืมพาน้องหมาออกไปเล่นในที่ต่างๆ เปลี่ยนบรรยากาศ สถานที่บ่อยๆ นะคะ พวกเขาขี้เบื่อ ถ้าได้เห็นโลกกว้างก็อาจจะช่วยลดความอยากรู้อยากเห็น ตื่นตาตื่นใจออกไปได้บ้าน ไม่ควรเก็บขังเขาไว้แต่ในกรงหรือในบ้านนะคะ พวกเขาจะเครียด คราวนี้ล่ะค่ะ หลุดออกไปจะขู่กลับมาไม่ได้เลย ถ้าบ้านใครมีสนามหญ้า หรืออาณาเขตก็ควรจะมีรั้วสูงประมาณ 2 เมตร ถึงจะกันไม่ให้น้องไซบีเรียนกระโดดปีนหนีออกไปท่องโลกได้ค่ะ  







ข้อมูลอ้างอิง
 
http://www.wikihow.com/Train-a-Siberian-Husky
http://shibashake.com/dog/siberian-husky-facts
http://www.youtube.com/watch?v=x2CaouIp1kE
http://dogs.knoji.com/siberian-husky-obedience-training-guide/

 
ภาพประกอบ :
http://www.dogilike.com/content/train/2561/

10 โรคเด่นในสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้



     หลายคนอาจมองภาพว่า สุนัขหน้าตาน่าเกรงขามราวกับหมาป่า อย่างน้องหมาพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ คงเป็นสุนัขที่ดูไม่น่าจะเจ็บไข้ได้ป่วยอะไรง่าย ๆ แต่เราก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า สุนัขทุกสายพันธุ์ต่างก็มีปัญหาสุขภาพหรือมีโรคประจำพันธุ์ด้วยกันทั้งนั้น มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป สุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ก็เช่นกัน ดังนั้น ... ผู้เลี้ยงหรือผู้ที่กำลังตัดสินใจจะเลี้ยงทุกคน จึงจำเป็นจะต้องทราบและเตรียมตัวรับมือกันเอาไว้ ... ซึ่งโรคเด่นที่น้องหมาพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้มักเป็นกัน ก็ได้แก่


1. ภาวะ Zinc-responsive dermatosis




     ภาวะ Zinc-responsive dermatosis เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการที่ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) ไปใช้ได้น้อยกว่าปกติ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในสุนัขกลุ่ม Arctic breeds หรือ Northern breeds โดยเฉพาะกับสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน  ฮัสกี้ ตามปกติแล้วร่างกายของน้องหมาจะใช้ประโยชน์จากแร่ธาตุสังกะสีในหลาย ๆ ด้าน เช่น การสังเคราะห์โปรตีน การเจริญของเซลล์ การหายของแผล ใช้ในระบบสืบพันธุ์ ใช้ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ฯลฯ ซึ่งร่างกายน้องหมาจะดูดซึมแร่ธาตุสังกะสีที่ได้รับจากอาหารในส่วนของลำไส้เล็ก แต่ในสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ จะมีปัญหาในการดูดซึมแร่ธาตุดังกล่าว รวมถึงการที่ร่างกายได้รับกรด phytic acid หรือ phytates จากอาหารที่มีธัญพืชสูงเกินไป ซึ่ง phytic acid เป็นตัวจับหรือคีเลต (Chelate) กับแร่ธาตุสังกะสี หรือได้รับอาหารที่มีแคลเซียมสูงมากเกินไป เพราะแคลเซียมจะไปขัดขวางการดูดซึมสังกะสีในลำไส้ จึงทำให้ร่างกายได้รับแร่ธาตุสังกะสีลดลง

     





อาการที่พบ คือ น้องหมาจะมีขนร่วง ผิวหนังอักเสบ ขนหยาบ มีสะเก็ด รังแค และผิวหนังหนาตัว บริเวณรอบตา รอบจมูก รอบปาก ขา ข้อศอก อวัยวะเพศ และอุ้งเท้า สุนัขบางตัวอาจจะมีอาการคันร่วมด้วย ถ้ามีการติดเชื้อแทรกซ้อน มักพบได้ตั้งแต่อายุ 2-6 ปี หรือพบในช่วงที่สุนัขเป็นสัด เกิดความเครียด ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ หรือกำลังตั้งท้องอยู่ ในการวินิจฉัยคุณหมอจะใช้การตัดชิ้นเนื้อ (skin biopsy) ไปตรวจทางพยาธิวิทยา ส่วนการรักษาจะทำการเสริมสังกะสีในรูปแบบกินเข้าไป เช่น Zinc methionine (มีราคาแพง แต่ดูดซึมได้ดี) Zinc gluconate และ Zinc sulfate (มีราคาถูก แต่มีผลข้างเคียงทำให้อาเจียนได้) โดยจะเสริมให้กินทุกวันนาน 4-8 สัปดาห์ หรือบางรายอาจต้องได้รับไปตลอดชีวิตเลยครับ


2. โรคกล่องเสียงเป็นอัมพาต (Laryngeal Paralysis)


     
โรคกล่องเสียงเป็นอัมพาต เป็นโรคทางพันธุกรรมในสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ พบได้ตั้งแต่ อายุ 2-6 เดือน จัดเป็นความผิดปกติแต่กำเนิด (hereditary defect) เรียกว่า Congenital laryngeal paralysis เป็นผลมาจากกระดูกอ่อน (arytenoid cartilages) ของกล่องเสียง ไม่สามารถเปิดและปิดได้ตามปกติในระหว่างที่น้องหมาหายใจ เกิดการหย่อนตัวมาอุดกลั้นทางเดินหายใจส่วนต้นอาการที่พบ คือ สุนัขจะเห่าหรือไอเสียงเปลี่ยน หายใจเสียงดัง (เสียง stridor เสียงที่เกิดจากลมหายใจ ผ่านท่อทางเดินหายใจที่ตีบแคบ) หายใจเข้าลำบาก เหนื่อยง่าย บางครั้งหลังกินอาหารและน้ำ จะทำท่าขาก ๆ หรือสำลัก เหมือนมีอะไรติดคอ น้องหมาที่เป็นเจ้าของจะต้องคอยระมัดระวัง อย่าให้น้องหมาออกกำลังกายหนัก ๆ อยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง เกิดความเครียด เพราะจะหายใจไม่ทัน บางรายอาจใช้วิธีรักษาโดยการผ่าตัด และเนื่องจากเป็นการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่ควบคุมโดยยีนเด่นบนออโตโซม (autosomal dominant) ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุด คือ การไม่นำพ่อและแม่พันธุ์ในตระกูลมีประวัติป่วยมาผสมครับ



3. โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia)



     โรคข้อสะโพกเสื่อมเป็นโรคที่พบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์ใหญ่ อย่างสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ก็เป็นอีกหนึ่งพันธุ์ที่มักจะเป็นโรคนี้เช่นกัน โรคข้อสะโพกเสื่อมจัดเป็นโรคทางพันธุกรรม ที่พบได้ทุกช่วงวัย บางรายพบได้ตั้งแต่อายุยังน้อยไม่ถึง 1 ปีก็มี โดยมีปัจจัยเสริม ได้แก่ ความอ้วน อยู่บนลื้น ๆ การเสริมแคลเซียมมากเกินไป สุนัขที่โตไวเกินไป ฯลฯ ความผิดปกติที่พบ คือ หัวข้อต่อของกระดูกต้นขาไม่สามารถสวมอยู่ในเบ้าสะโพกได้อย่างสนิท ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของน้องหมา ทำให้ลุกยืนลำบาก เคลื่อนไหวลำบาก บางตัวจะเจ็บปวด จึงไม่อยากลุกยืนหรือเดินเลยก็มี บางตัวอาจเดินท่าแปลก ๆ ให้เราเห็น

     ในการวินิจฉัยคุณหมอจะใช้การคลำตรวจข้อสะโพก สังเกตการยืน การเดิน และการวิ่งของน้องหมา จากนั้นจะทำการเอ็กซเรย์เพื่อดูโครงสร้างและความผิดปกติของข้อสะโพก ซึ่งใช้ประเมินความรุนแรงของโรค เพื่อวางแผนในการรักษาต่อไป ในการรักษานั้น จะใช้หลาย ๆ วิธีร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นให้ยาลดปวดและลดอักเสบ การลดน้ำหนักตัว การทำกายภาพโดยเลือกวิธีที่ลดแรงกระทำกับข้อต่อ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เช่น การว่ายน้ำ การเดินหรือวิ่งบนลู่วิ่งใต้น้ำ ฯลฯ เพื่อช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อรองรับน้ำหนัก การเสริมสารอาหารบำรุงข้อต่อจำพวกกลูโคซามีนและคอนดรอยติน แต่สำหรับในรายที่เป็นรุนแรง คุณหมออาจพิจารณาทำการรักษาโดยการผ่าตัดรักษาครับ



     การป้องกันโรคนี้ต้องเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ โดยไม่นำพ่อและแม่สุนัขที่ภายในตระกูลมีประวัติการเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อมมาเป็นพ่อและแม่พันธุ์ ส่วนลูกที่เกิดมาแล้ว เราสามารถชะลอไม่ให้โรคเกิดเร็วขึ้น โดยการควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน หลีกเลี่ยงการอยู่บนพื้นลื่น ไม่เสริมแคลเซียมเกินความจำเป็น ไม่ยืนสองขาหลังหรือกระโดดขึ้นลงที่สูงเกินไปบ่อยๆ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำ และหมั่นพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพของข้อสะโพกเป็นระยะๆ ทุก 6 เดือน เป็นอย่างน้อยครับ


4. โรคข้อกระดูกอักเสบ (Osteoarthritis, Arthritis)

    
 โรคข้อกระดูกอักเสบหรือโรคข้อต่ออักเสบ บางครั้งเราอาจเรียกโรคนี้ว่า โรคข้อเสื่อม (Degenerative joint disease หรือ DJD) มักพบในสุนัขที่มีอายุมาก จากผลสำรวจของ Orthopedic foundation for animals ที่ได้ทำการสำรวจ Siberian Husky Health Survey พบว่าโรคข้ออักเสบ (Arthritis) นี้ เป็นโรคกระดูกและข้อต่อ (Orthopedic disorders) ที่พบได้มากที่สุดในกลุ่มสำรวจสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ โดยโรคนี้จะส่งผลกับข้อต่อได้ทุกข้อ โดยเฉพาะข้อสะโพก ข้อศอก ข้อหัวไหล่ หรือแม้แต่ข้อกระดูกสันหลัง

     โดยอาการที่พบจะแตกต่างกันไปขึ้นกับว่าเกิดกับข้อต่อไหน ซึ่งน้องหมาจะเจ็บปวด ไม่อยากใช้ขา นั่งหรือนอนมากกว่าลุกเดิน ทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้ตามปกติ บางครั้งเดินยกขา เดินกะเผลก มีข้อบวม บางตัวอาจซึมลง มีไข้ จับคลำหรือยืดหดข้อแล้วเกิดเสียงกรอบแกรบ (crepitus sound) เป็นต้นคุณหมอจะทำการคลำตรวจร่วมกับการเอ็กซเรย์ เพื่อดูความผิดปกติบริเวณข้อ สำหรับการรักษาก็มีทั้งการรักษาทางยาและการผ่าตัด ร่วมกับการทำกายภาพ ลดน้ำหนัก และปรับอาหารเสริมสารบำรุงข้อต่อ เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดของโรคนี้ได้ใน 5 วิธีรับมือกับโรคข้อเสื่อมในสุนัขสูงวัย ครับ


5. โรคไขสันหลังเสื่อม (Degenerative myelopathy)

     
โรคไขสันหลังเสื่อมนี้พบได้บ่อยในสุนัขอายุมากกว่า 6-9 ปีขึ้นไป เกิดจากความเสื่อมของไขสันหลัง เยื่อหุ้มไมอีลิน และแอกซอน (axon) มักพบในตำแหน่งกระดูกสันหลังส่วนอก-สะโพก (thoracolumbar) ทำให้น้องหมามีอาการเดินเซ ขาหลังอ่อนแรง เดินลากขา จนกระทั่งเป็นอัมพาต สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด จากผลการศึกษาพบว่า การกลายพันธุ์ของยีน superoxide dismutase 1 (SOD1) อาจเป็นสาเหตุของโรคไขสันหลังเสื่อมในสุนัขได้

     ในการวินิจฉัยอาจเป็นเรื่องยากสักนิด ที่จะสรุปสาเหตุของโรคนี้ได้ในขั้นแรก คุณหมอจะทำการตรวจระบบประสาท และเอ็กซเรย์ เพื่อตัดสาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกสันหลัง โรคมะเร็งและเนื้องอกในระบบประสาท โรคข้อเสื่อม ฯลฯ ในน้องหมาที่เป็นโรคนี้ จะทำได้แค่เพียงรักษาแบบประคองอาการ ร่วมกับการทำกายภาพ เพราะปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาที่จำเพาะ การป้องกันที่ดีที่สุด คือ การไม่นำพ่อและแม่พันธุ์ในตระกูลมีประวัติป่วยด้วยโรคไขสันหลังเสื่อมมาผสม


บทความโดย: หมอต้น ด็อกไอไลค์
น.สพ.ธีรภาพ มุสิกานนท์
www.dogilike.com
http://family.dogilike.com/tonvet/


รูปภาพประกอบ:
www.wallpaperwell.com
www.scottishshc.org.uk
howlingdogalaska.com
www.vetsurgerycentral.com

ไซบีเรียน ฮัสกี้




ถิ่นกำเนิด   ประเทศไซบีเรีย

จัดอยู่ในกลุ่ม   Working Dog

ลักษณะทั่วไป
                สุนัขพันธุ์ SIBERIAN HUSKY มีถิ่นกำเนิดในไซบีเรีย  สุนัขพันธุ์นี้ถูกคัดเลือกพันธุ์ขึ้นโดยชาวพื้นเมืองที่เรียกว่า CHUKCHI เพื่อให้ทำหน้าที่ล่าสัตว์และเฝ้ายาม ต่อมาถูกพัฒนาให้มีลักษณะของสุนัขลากเลื่อน ประมาณปี คศ.1900 มีการแข่งขันสุนัขลากเลื่อน ใน ALASKA โดยมี ระยะทางถึง 400 ไมล์ สุนัขที่ชนะในการแข่งขันคือ สุนัขพันธุ์ SIBERIAN  HUSKY หลังจากนั้น กีฬาแข่งสุนัขลากเลื่อนก็เป็นที่นิยมมากขึ้น สุนัขพันธุ์นี้ก็มักจะชนะอยู่ เสมอ AKC. รับรองสุนัขพันธุ์นี้ในปี  คศ.1930

อุปนิสัย ฉลาดเป็นมิตร สุขุม สามารถทำงานร่วมกันเป็นฝูงได้

ส่วนหัว มีขนาดปานกลางสมส่วนกับลำตัว  หัวกะโหลกค่อนข้างกลม หัวกะโหลกระหว่างหูจะกว้าง และเรียวลงจรดตาทั้งสองข้าง

หู มีขนาดปานกลาง ลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมปลายหูมน  ใบหูหนา มีขนแน่น หูตั้ง

ตา มีลักษณะเป็นรูปกลมรี อยู่ห่างกันพอประมาณ  ตามีสีน้ำตาลเข้ม สีตาของไซบีเรียนฮัสกี้ที่เป็นที่ยอมรับมีสีฟ้าหรือน้ำตาลเข้ม, เขียว, น้ำตาลอ่อน, เหลือง/อำพัน, "แก้วตาหลายสี" หรือตาเฮเซล(Hazel) เป็นจุดบกพร่องร้ายแรงที่แสดงวงสีต่างกันในแก้วตา 
รวมถึงตาข้างนึงสีน้ำตาลอีกข้างสีฟ้า (complete heterochromia) หรือตาข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างมีสี "แบ่งส่วน" น้ำตาลครึ่งฟ้าครึ่ง (partial 
heterochromia) นี่คือสีตาทั้งหมดที่ถูกพิจารณายอมรับโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (สหรัฐอเมริกา) ตาต้องเป็นรูปอัลมอนด์ เว้นระยะห่างกันปานกลาง วางตัวเฉียงเล็กน้อย 

ดั้งจมูก (stop) มีมุมหักพอประมาณ

ปาก (muzzle) ความยาวของปากมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของหัวกะโหลก  ปากมีความ กว้างพอประมาณ สันปากตรง โคนปากใหญ่ และเรียวลงจรดปลายจมูก  ริมฝีปากตึง มีสีเข้ม

จมูก มีสีดำ น้ำตาลเข้ม หรือชมพู

ฟัน ขาวสะอาด แข็งแรง ขบแบบกรรไกร

ลำตัว มีขนาดปานกลาง เส้นหลังตรง ขนานกับพื้น  ความยาวของลำตัวมากกว่าความสูงของลำตัว เล็กน้อย

คอ มีความยาวปานกลาง มีลักษณะโค้ง ขณะเดินหรือวิ่ง คอจะยืดไปข้างหน้า

ลำตัวส่วนหน้า หัวไหล่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแรง

อก มีลักษณะแข็งแรง อกลึกจรดข้อศอก  อกมีความกว้างพอประมาณ ไม่กว้างจนเกินไป

ขาหน้า มองจากด้านหน้าขาหน้าทั้งสองตั้งตรง  ห่างกันพอเหมาะ มองจากด้านข้างข้อเท้าหน้า เอียงเล็กน้อย  ท่อนขาตรง ความยาวของขาจากข้อศอกถึงพื้นจะมากกว่าความยาวจากข้อศอกถึง  หัวไหล่เล็กน้อย เท้ามีลักษณะกลมรี นิ้วเท้าชิด เท้ามีขนหนาแน่น

หาง มีขนเป็นพวง หางมักจะยกสูงโค้งเล็กน้อย  หางไม่บิดเอียงไปทางซ้ายหรือขวา

ขน-สี ขนมีสองชั้น ขนชั้นในนุ่ม ขนชั้นนอกแข็งแนบชิดผิวหนัง  ขนมีหลายสีตั้งแต่สีดำ หรือขาว ล้วน

ขนาด เป็นสุนัขที่มีขนาดปานกลาง

น้ำหนัก
เพศผู้หนักประมาณ 45-60 ปอนด์ ,
เพศเมียหนักประมาณ 35-50 ปอนด์

ส่วนสูง เพศผู้สูงประมาณ 21-23.5 นิ้ว  เพศเมียสูงประมาณ 20-22 นิ้ว

การเดิน-วิ่ง มีความสง่างาม เคลื่อนที่ได้เร็ว  ขณะวิ่งเท้าไม่บิด หรือปัด

ข้อบกพร่อง หูใหญ่ หูตก หางม้วนมาก



Cr. http://board.postjung.com/573207.html